เส้นทางที่ต้องเลือก

posted on 22 Jun 2009 16:51 by llbdko9n

 

ภาพจากเืพื่อนค่ะ เพื่อนถ่ายสวยดี เลยจิ๊กมาซะเลย ฮ่าๆ
บวกกับมั้นเข้ากับชื่อบล๊อคดี ^^ ทางเดินไปห้องแนะแนวค่ะ ฮา..

 

ตั้งแต่เล็กจนโต เราใช้วิตเรื่อยๆมา

..ถึงจะมีจุดหมาย แต่ทำไมตอนนี้ลองไปมองจุดหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ก่อนตอนเพิ่งขึ้นม.ปลาย

มันรู้สึกเหนื่อยและท้อเหลือเกินล่ะพอจะทำมันเข้าจริงๆ

 

ตอนนี้คือช่วงที่หนักหนาที่สุดตั้งแต่กิดมาก็ว่าได้แฮะ

การเลือกทางเดินโดยที่ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่

ดูเหมือนจะยากเกินกำลังของเด็กม.5อย่างเรา

ทั้งๆที่คิดดีแล้วตอนเลือกเดินทางมาสายวิทย์ จะเข้าคณะวิศวะให้ได้!!

แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนตอนจะขึ้นม.3

..ว่าอยากเรียนสายศิลป์จัง ดูสบายดีเนอะ

 

อาจเป็นพราะ  เกิดล้าั่ชั่วขณะ?

หรืออาจเพราะ เรียนมากเกินไป

ไม่ใช่ว่าเราทำไม่ได้ แต่เราขี้เกียจที่จะทำมากกว่า อันนี้เรารู้ดี

พอตอนม.4 คือช่วงที่ขยันเราก็ทำได้ ถึงแม้เราไม่ได้ขยันตลอด แต่เราก็ถูๆไถๆ โดยไม่ท้อ

แต่ตอนนี้เรากลับท้อ เพราะถึงเราจะเรียนได้ค่อนข้างดี แต่เรากลับไม่ชอบมันซักนิด

การคำนวนอะไรมากมาย ปวดหัว! ไหนจะต้องท่องชีวะชีวิตอะไรอีกมากมาย

การที่ต้องเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ มันยากเกินกำลังขนาดนั้นเลยหรอ?

 

พอลองนึกดูว่าถ้าเราขยัน เราจะชอบฟิสิกส์ไหม? คำตอบคือ เฉยๆ

เพราะ แบบนี้ไงล่ะ เลยคอยถามตัวเองอยู่เสมอว่ามันใช่ทางของเราแน่เหรอ?

แต่การจะเบนเข็มจากทิศเหนือไปทิศใตเลย ตอนนี้มันดูจะสายเกินไปรึเปล่านะ

 

เล่าไปแล้ว 1 เส้นทาง อีกเส้นทางที่อยู่ดูจะตรงข้ามกับวิศวะอย่างสุดขั้ว

ก็คือ.. คณะวารสารศาสตร์

ตั้งแต่เด็ก เราชอบที่จะเขียนนิทานภาพ

ตั้งแต่ประถม วิชาที่ชอบที่สุดคือวิชาภาษาไทย

แล้วก็ก็ชอบที่จะเขียนนิยาย ถึงบาางครั้งพอเอามาลงเน็ตแล้วขี้เกียจพิมพ์เลยลงไม่จบก็เถอะ

ชอบเขียนกลอนเวลาว่างๆ

เวลาแต่งกลอนส่งครูถึงเพื่อนๆจะบ่นแต่เรากลับชอบ สนุกดี

พอต้องทำละครสั้น หนังสั้น ส่งอาจารย์ คนคิดบทและกำกับก็จะเป็นหน้าที่ของเราเสมอ

แล้วตอนนี้กระแสถ่ายรูปมาแรงมาก เราก็ชอบ

(และตอนนี้กำลังกินแกลบกับการ เก็บตังซื้อกล้องตัวใหม่ด้วย T_T)

มันเป็นศิลปะที่ประหลาดดี เวลามองภาพถ่ายแล้วมันมีความสุขพิลึก;]

อีกอย่างนึงก็คือ ..การร้องเพลง เป็นสิ่งที่ชอบตั้งแต่จำความได้

แต่ที่บ้านเป็นข้าราชการเกือบทุกคน เลยไม่ค่อยมีใครสนับสนุนสักเท่าไหร

แถมพอร้องเพลงปู่ยังชอบพูดว่า 'หิวก็ไปกินข้าวสิลูก ยืนบ่นอยู่ทำไม'<< สนับสนุน ซะเหลือเกิน

แต่มารู้สึกว่าตัวเองร้องเพลงเพราะก็ตอน ม.3 สอบร้องเพลงทั้งเพลงไทย เพลงอังกฤษ

อ.เค้าให้โหวตเพราะจะเอาไปแข่ง เพื่อนๆเลือกเราเกือบหมด อย่างอึ้ง!

พอเอาไปเล่าให้ย่าฟังย่าบอก 'ร้องอยู่ทุกว่าไม่เพราะให้มันรู้ไป'<< ดูย่าสิ T^T

 

เคยคิดนะว่าจะมีบ้างไหมคนที่ไม่ชอบสุนทรียภาพพวกนี้ แม้แต่ิวิศวกรหรือคุณหมอ

ที่เราชอบเพราะใครๆก็ชอบ ไม่มีใครไม่อบหรอก

แต่ก่อนเราคิดว่า เราเป็นวิศวะก็แต่งนิยายได้

แต่การเรียนตั้งหน้าตั้งตาเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ หรือเฉยๆ มันดูจะเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับเรา

และทำให้ไม่มีเวลามาทำสิ่งที่เราชอบอย่างเต็มที่ด้วย

 

สิ่งที่เรากลัวในทางเดินนี้ก็คือ ความไม่มั่นคงแน่นอน

เรากลัวว่ามันเป็นเพราะกระแส ความนิยม ที่มีอิทธิพลต่อเราพอสมควร

กลัวว่าเราจะชอบเพราะกระแส พอทำออกมาแล้วก็เฉยๆ ไม่โดดเด่น

แล้วเราจะเอาอะไรกินล่ะทีนี้

และการที่เลือกเดินสายนี้แล้วเดินผิด มันกู่กลับยากกว่าการเรียนวิศวะแล้วเดินผิดหลายเท่า 

 

แม้การได้เกรดดีจะมีความสุข

นึกถึงเวลาเอนท์ติดและรับปริญญาคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาคอมพิวเตอร์จะมีความสุข

แต่ระหว่างทางเดินไปถึงจุดหมายไม่มีความสุข

แล้วทางข้างหน้าจะมาถึงได้อย่างไรกัน ใช่ไหม?(ฮ่าๆ ยังมีความไม่มั่นใจแฝงอยู่เหมือนเดิม) 

 

ตอนนี้เรากำลังอยู่ระหว่างทางแยกสองทาง ระหว่าง ทางที่มีแต่ดอกไว้สวยงามแต่ปลายทางดูมืดมน กับทางที่มีแต่ขวาก

หนามแต่มีแสงสว่างรอเราอยู่ ฮ่าๆ พอพูดแบบนี้ มันดูเหมือนเข้าวิศวะดีที่สุดเลย เปลี่ยนใหม่ๆๆ

ตอนนี้เรากำลังอยู่ระหว่าทางแยกสองทางระหว่าง

ชอบ กับ เฉยๆ

สบายๆ กับ เครียด

ขยัน กับ ขี้เกียจ

ทำแล้วมีความสุข กับ ทำแล้วเบื่อ

ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกทางไหนล่ะ?

 

ปล.ตอนนี้เจ้าของบล๊อคเครียดมากจริงๆค่ะ ถ้าเกิดใครมีความคิดดีๆ

เคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาแล้ว ช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ ^^ ขอบคุณมากค่า

edit @ 22 Jun 2009 20:28:34 by LLbdko9N